การเริ่มงานใหม่ หลายคนมักโฟกัสที่เงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ “สัญญาจ้างงาน” เพราะเป็นเอกสารที่กำหนดสิทธิ หน้าที่ และเงื่อนไขต่าง ๆ ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างอย่างชัดเจน
สัญญาจ้างมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีความสำคัญอย่างไร?
- สัญญาจ้างแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา(Indefinite Contract)
ประเภทสัญญาสำหรับพนักงานประจำ (Full-time)
- ลักษณะ: ไม่ระบุวันสิ้นสุดสัญญาจ้าง งานจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าพนักงานจะลาออก หรือบริษัทเลิกจ้าง
- การสิ้นสุด: หากนายจ้างต้องการเลิกจ้าง (โดยที่ลูกจ้างไม่มีความผิด) ต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้า และจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย
- จุดเด่น: ลูกจ้างมีความมั่นคงสูง ได้รับสวัสดิการเต็มรูปแบบตามนโยบายบริษัท
- สัญญาจ้างแบบมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน(Fixed-term Contract)
ประเภทสัญญามี "วันเริ่มต้น" และ "วันสิ้นสุด" ระบุไว้ชัดเจนในตัวสัญญา
- ลักษณะ: มักใช้กับงานเฉพาะกิจ งานโครงการ หรือสถานประกอบการที่มีช่วงเวลาการทำงานที่แน่นอน (Seasonal Work)
- เงื่อนไขสำคัญ: กฎหมายแรงงานระบุว่าสัญญาประเภทนี้จะทำได้ในงาน 3 ประเภทหลัก คือ
- งานโครงการเฉพาะที่ไม่ได้อยู่ในธุรกิจปกติของนายจ้าง
- งานที่มีลักษณะเป็นครั้งคราว (มีจุดเริ่ม-จบชัดเจน)
- งานที่เป็นไปตามฤดูกาล
- การสิ้นสุด: เมื่อถึงกำหนดเวลา สัญญาจะจบลงโดยนายจ้าง ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (ยกเว้นกรณีทำผิดเงื่อนไขกฎหมายบางประการ)
- สัญญาจ้างทดลองงาน(Probationary Contract)
ประเภทสัญญาจ้างแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา แต่มีการกำหนดช่วงประเมินผล
- ลักษณะ: มักมีระยะเวลา 90 หรือ 119 วัน (เนื่องจากหากทำงานครบ 120 วัน แล้วเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย)
- ข้อควรรู้: แม้อยู่ในช่วงทดลองงาน ลูกจ้างก็มีสิทธิได้รับสวัสดิการพื้นฐานตามกฎหมายแรงงานเหมือนพนักงานปกติครับ
- สัญญาจ้างพนักงานชั่วคราว/ รายวัน (Part-time / Casual Contract)
ประเภทสัญญาที่ระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดชัดเจน เช่น 3 เดือน, 6 เดือน หรือ 1 ปี
- ลักษณะ: จ้างตามรายชั่วโมง หรือรายวัน มักใช้กับงานบริการหรืองานที่ไม่ต้องการพนักงานประจำตลอดเวลา
- ข้อควรรู้: แม้จะเป็นรายวัน แต่ลูกจ้างกลุ่มนี้ยังได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ และค่าล่วงเวลา (OT)