การลาของพนักงานในบริษัทมีหลายรูปแบบ บทความนี้จะทำความเข้าใจ การลาแบบ "Leave Without Pay (LWOP)" และ "No Work No Pay" ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แม้ผลลัพธ์คือพนักงานไม่ได้รับค่าจ้างเหมือนกัน แต่มีสาเหตุและหลักกฎหมายที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้นายจ้างและลูกจ้างใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องและลดข้อพิพาทในการทำงาน
ลาไม่รับค่าจ้าง (Leave Without Pay) คืออะไร? ต่างจาก No Work No Pay อย่างไร
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Leave Without Pay (LWOP) หรือ No Work No Pay และเข้าใจว่าทั้งสองคำมีความหมายเหมือนกัน เพราะสุดท้ายพนักงานไม่ได้รับค่าจ้าง แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองกรณีมีสาเหตุ หลักการ และผลทางกฎหมายที่แตกต่างกัน
Leave Without Pay (LWOP) คืออะไร?
Leave Without Pay (LWOP) หรือ การลาโดยไม่รับค่าจ้าง คือ การที่ลูกจ้างขอหยุดงานด้วยเหตุผลส่วนตัว โดยได้รับอนุมัติจากนายจ้าง แต่ในช่วงวันที่ลานั้น นายจ้างไม่มีหน้าที่จ่ายค่าจ้าง ตามที่ตกลงกัน การลาในลักษณะนี้มักใช้ในกรณีที่ลูกจ้างใช้สิทธิวันลาที่ได้รับค่าจ้างหมดแล้ว หรือมีเหตุจำเป็นส่วนตัวที่ต้องหยุดงานเพิ่มเติม เช่น
- ลาดูแลสมาชิกในครอบครัวที่เจ็บป่วย
- ลาเดินทางไปต่างประเทศ
- ลาศึกษาต่อหรืออบรมระยะสั้น
- ลาพักผ่อนเพิ่มเติมจากวันลาพักร้อนที่มีอยู่
การลาไม่รับค่าจ้างจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ นายจ้างอนุมัติ หรือเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท ตัวอย่าง พนักงานมีวันลาพักร้อนครบตามสิทธิแล้ว แต่ต้องการหยุดงานเพิ่มอีก 5 วันเพื่อเดินทางต่างประเทศ จึงยื่นคำขอลาไม่รับค่าจ้าง และบริษัทอนุมัติ พนักงานสามารถหยุดงานได้ แต่จะไม่ได้รับค่าจ้างในช่วงเวลาดังกล่าว
No Work No Pay คืออะไร?
No Work No Pay หมายถึง หลักการที่ว่า "ไม่มีการทำงาน ก็ไม่มีค่าจ้าง"เป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายแรงงานที่ใช้ในกรณีที่ลูกจ้าง ไม่ได้ปฏิบัติงาน และไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างตามกฎหมายหรือข้อตกลง ไม่จำเป็นต้องเป็นการลาเสมอไป
ตัวอย่าง
- ขาดงานโดยไม่แจ้งเหตุ
- หยุดงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
- หยุดงานนอกเหนือจากสิทธิที่กฎหมายหรือบริษัทกำหนด
- ไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ด้วยเหตุส่วนตัว โดยไม่มีการอนุมัติให้ลา
ในกรณีเหล่านี้ นายจ้างสามารถไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันที่ไม่ได้ทำงานได้ และหากเป็นการขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจมีผลต่อการพิจารณาทางวินัยของพนักงานด้วย
นายจ้างสามารถกำหนดการลาไม่รับค่าจ้างได้หรือไม่?
กฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่ได้กำหนดสิทธิ "ลาไม่รับค่าจ้าง" ไว้โดยตรง ดังนั้น หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลา จึงขึ้นอยู่กับ
- ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท
- ระเบียบการลาขององค์กร
- สัญญาจ้างงาน
- ข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
องค์กรจึงควรกำหนดหลักเกณฑ์การลาไม่รับค่าจ้างให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน แม้ Leave Without Pay (ลาไม่รับค่าจ้าง) และ No Work No Pay จะทำให้พนักงานไม่ได้รับค่าจ้างเหมือนกัน แต่มีความหมายแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- Leave Without Pay: คือการ "ขอหยุด" แล้วตกลงว่า "งดจ่ายเงิน"
- No Work No Pay: คือการ "ไม่ได้ทำงาน" เลย "ไม่ได้เงิน" (ตามสัดส่วน)
การเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองแนวคิด จะช่วยให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ลดความเข้าใจผิด และสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีภายในองค์กร