สำหรับผู้ประกันตนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ถูก เลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างอย่างไม่ตั้งใจ สิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ถือเป็นหลักประกันสำคัญที่จะช่วยประคับประคองการใช้ชีวิตในช่วงระหว่างการหางานใหม่ การทำความเข้าใจอัตราการชดเชยและเงื่อนไขการรับสิทธิอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
บทความนี้จะไขข้อสงสัยเกี่ยวกับอัตราการชดเชยที่ร้อยละ 60 และการคำนวณเงินสูงสุดที่คุณมีสิทธิได้รับ
ผู้ประกันตน ม.33 ที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 60% ของค่าจ้าง โดยได้รับไม่เกิน 180 วัน และมีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนสูงสุดไม่เกิน 54,000 บาท (คำนวณจากค่าจ้าง 30,000 บาท x 60% x 6 เดือน) ทั้งนี้ต้องยื่นขึ้นทะเบียนคนว่างงานภายใน 30 วัน นับจากวันที่ถูกเลิกจ้าง และรายงานตัวผ่านระบบออนไลน์ตามกำหนด
เงื่อนไขสำคัญในการยื่นขอรับสิทธิ
ไม่ว่าอัตราจะเป็น 50% หรือ 60% ผู้ประกันตนจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้:
- ส่งเงินสมทบครบ: ต้องมีการนำส่งเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงาน
- ขึ้นทะเบียนว่างงาน: ต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานกับกรมการจัดหางาน (ผ่านระบบ ESS Online) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลาออก/ถูกเลิกจ้าง
- ความพร้อมในการทำงาน: ต้องมีความสามารถในการทำงานและพร้อมที่จะรับงานที่เหมาะสม (ไม่ปฏิเสธการฝึกอบรมหรือการสัมภาษณ์งานที่กรมจัดหางานจัดหาให้)
- ไม่ใช่การว่างงานโดยเจตนา: ต้องไม่ได้ถูกเลิกจ้างเพราะมีความผิดตามกฎหมาย หรือลาออกเองโดยสมัครใจ (หากลาออกเองจะได้สิทธิที่ 30% เป็นเวลา 90 วัน)
ขั้นตอนการยื่นขอรับสิทธิ
- ขึ้นทะเบียนว่างงาน: เข้าสู่ระบบ Thai Employment Service Platform (ESS) ของกรมการจัดหางาน เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว ประวัติการทำงาน และเหตุผลการว่างงาน ภายใน 30 วัน
- รายงานตัว: รายงานตัวตามกำหนดผ่านระบบออนไลน์อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
- รอการอนุมัติ: หลังจากยื่นคำขอและรายงานตัวครั้งแรกแล้ว จะมีระยะเวลา "รอ" 8 วัน โดยเงินทดแทนจะเริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 9 เป็นต้นไป และจะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่คุณผูกไว้กับระบบ สปส. เป็นรายเดือน
การทำความเข้าใจสิทธิประโยชน์เหล่านี้อย่างชัดเจน จะช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถวางแผนการเงินและใช้ช่วงเวลาว่างงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง